วิธีดูราคาบอล เข้าใจอย่างเซียน ชนะหรือแพ้การเดิมพันดูอย่างไร ?

อยากเริ่มต้นแทงบอลออนไลน์ แต่ดูราคาไม่เป็น ไม่รู้คนเล่นเขาอ้างอิงจากอะไรกันบ้าง ในตารางมีแต่ตัวเลขวิ่งขึ้นๆลงๆชวนปวดหัว วันนี้เรามาดูกันหน่อยว่าการอ่านราคาบอลนั้นเป็นอย่างไร โดยขอพูดถึงเพียง 3 รูปแบบหลักที่นิยมแทงบอลกันในบ้านเรา นั่นคือ Asian Handicap, 1×2 และ Over/Under เพื่อให้ผู้ที่สนใจสมัครเดิมพันฟุตบอลได้รู้ก่อนเล่นจะได้ไม่เผลอกดผิดทีม เนื่องจากหากกดยืนยันการเดิมพันไปแล้ว จะไม่สามารถยกเลิกได้หากไม่มีเหตุอันสมควรจริงๆนั่นเอง ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่องทีมต่อและทีมรองกันเสียก่อน รวมถึงคำว่ากินเต็มและกินครึ่งมันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ มาดูกัน

ราคาบอลเบื้องต้นที่ควรรู้

ความหมายเบื้องต้นที่ควรรู้

ทีมต่อ : ทีมที่แบกอัตราต่อรองเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ฝั่งเจ้าบ้านเสมอไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นทีมที่ผลงานโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

ทีมรอง : ทีมที่ไม่ได้แบกอัตราต่อรองเอาไว้ ไม่ใช่ทีมเยือนเสมอไป ส่วนใหญ่จะเป็นสโมสรที่ผลงานตกต่ำกว่าคู่แข่ง

กินครึ่ง-เสียครึ่ง : หมายถึงหากเราชนะเดิมพัน แต่สกอร์ไม่ขาดตามเงื่อนไขอัตราต่อรอง อาจกำไรเพียงครึ่งเดียวของเงินที่เดิมพัน (กรณีกินครึ่ง) ส่วนถ้าแพ้เดิมพันแต่สกอร์ไม่ขาดตามเงื่อนไขของราคาต่อรอง ก็อาจเสียครึ่งเดียวจากจำนวนเงินลงทุนไป (กรณีเสียครึ่ง)

กินเต็ม-เสียเต็ม : ความหมายตรงตัว เดิมพันเท่าไหร่ ได้กลับมา 1 เท่าตัวของเงินเดิมพัน ซึ่งต้องนำไปอ้างอิงจากราคาน้ำอีกที ซึ่งจะกล่าวท้ายบท

ราคาบอล เอเชี่ยน แฮนดิแคป

Asian Handicap (HDP)

เป็นอัตราต่อรองที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นโซนเอเชียมากที่สุด นอกจากจะอ่านบทความวิธีแทงบอลแล้วผู้เล่นยังควรรู้จักกับ Handicap ไว้ด้วย เพราะสามารถประยุกต์พลิกแพลงการเล่นได้เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์เดิมพันของแต่ละบุคคล แฮนดิแคป เป็นราคาบอลที่ถูกกำหนดค่ากลางขึ้นมาและมองหาว่าทีมไหนจะเป็นผู้ถือราคาต่อ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทีมที่มีผลงานเหนือกว่าคู่แข่ง ยกตัวอย่างเช่นหากลิเวอร์พูลเจอกับสโมสรฟุตบอลในไทย ทีมที่จะเป็นผู้แบกราคาคงหนีไม่พ้นลิเวอร์พูลอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้ หากมีผลงานใกล้เคียงกัน ราคากลาง HDP สามารถเป็น 0 ได้เช่นกัน คือไม่มีทีมต่อหรือทีมรอง

0 (เสมอ) : หมายถึงไม่มีทีมไหนต่อ ใครชนะการแข่งขัน จะถือเป็นทีมที่ทำเงินให้ผู้เล่น
จบเสมอ = ไม่มีทีมทำเงิน
เจ้าบ้านชนะ = เจ้าบ้านกินเต็ม
ทีมเยือนชนะ = ทีมเยือนกินเต็ม

0/0.5 (ปป หรือ เสมอควบครึ่ง) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียครึ่ง ทีมรองกินครึ่ง
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

0.5 (ครึ่งลูก) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

0.5/1 (ครึ่งควบลูก) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ทีมต่อกินครึ่ง ทีมรองเสียครึ่ง
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

1 (หนึ่งลูก) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากทีมต่อชนะห่างแค่ 1 ลูก จะไม่ได้ไม่เสีย หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ไม่ได้ไม่เสีย คืนทุน
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

1/1.5 (ลูกควบลูกครึ่ง) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากทีมต่อชนะห่างแค่ 1 ลูก จะเสียครึ่ง หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ทีมต่อเสียครึ่ง ทีมรองกินครึ่ง
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

1.5 (หนึ่งลูกครึ่ง) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากทีมต่อชนะห่างแค่ 1 ลูก จะเสียเต็ม หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

1.5/2 (ลูกครึ่งควบสอง) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 2 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากทีมต่อชนะห่างแค่ 1 ลูก จะเสียเต็ม หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูก = ทีมต่อกินครึ่ง ทีมรองเสียครึ่ง
ทีมต่อชนะห่าง 3 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

2 (สองลูก) : ทีมต่อจะต้องยิงชนะห่าง 3 ลูกขึ้นไปถึงจะทำเงิน หากทีมต่อชนะห่างแค่ 2 ลูก จะไม่ได้ไม่เสีย หากทีมต่อชนะห่างแค่ 1 ลูก จะเสียเต็ม หากผลเสมอหรือทีมต่อแพ้ ทีมรองจะทำเงินทันที
ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูก = ไม่ได้ไม่เสีย คืนทุน
ทีมต่อชนะห่าง 3 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อกินเต็ม ทีมรองเสียเต็ม
ผลเสมอ = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม
ทีมรองชนะห่าง 1 ลูกขึ้นไป = ทีมต่อเสียเต็ม ทีมรองกินเต็ม

จุดสังเกต… จะเห็นว่าระดับราคาจะไล่ไปเรื่อยๆทีละ ¼ ของจำนวนเต็ม สำหรับราคาบอลนั้นมีวิ่งไปเรื่อยๆ 2/2.5, 2.5, 2.5/3, 3 …… วิธีดูราคาบอลจะตรงกับตัวอย่างด้านบนเพียงแค่ขยับสกอร์บอลที่ต้องยิงห่างขึ้นมาเท่านั้น เช่น 2.5/3 เงื่อนไขการคำนวนจะเหมือนกับราคาบอล 1.5/2 ทุกข้อ ต่างแค่ต้องขยับสกอร์ห่างเป็น 3 ลูก (จากปกติห่างแค่ 2 ลูกในราคา 1.5/2) ทีมต่อถึงจะทำเงินนั่นเอง

วิธีดูราคาพูล

1X2 หรือที่บ้านเราเรียก ราคาพูล

ในกรณีของราคาพูลนั้น จะได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับต่างประเทศ เป็นการไม่ต้องมานั่งคำนวนว่าจะต้องยิ่งชนะห่างกี่ลูกถึงจะทำเงินเหมือนราคาบอลแฮนดิแคปก่อนหน้านี้ ดูเพียงทีมไหนชนะ ทีมนั้นทำเงินให้ทันที เพียงแต่อัตราจ่ายของราคาน้ำจะกันออกไป โดยผู้เล่นสามารถทายได้ทั้ง เจ้าบ้านชนะ ทีมเยือนชนะ และผลเสมอกัน อัตราความเสี่ยงสูงมักตามมาด้วยผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่นตัวอย่างนี้

บราซิล vs เมียนม่า
1 (1.05) X (18.07) 2 (30.14)

กรณีเชียร์บราซิลชนะ ผู้เล่นจะได้เงินโดยคำนวนจาก จำนวนเงินลงทุน x 1.05 = กำไรรวมทุน สมมุติว่าลงทุน 100 บาท ได้กำไรรวมทุน = 105 บาท เป็นต้น จะเห็นว่าได้น้อยตามความเสี่ยงต่ำเพราะบราซิลเป็นทีมคนละเกรดกับเมียนม่า เป็นต้น ตรงข้ามกับหากแทงว่าเมียนม่าจะชนะแล้วผลเกิดขึ้นจริง จะได้กำไรกลับมาราวๆ 30 เท่าของจำนวนเงินที่เดิมพันเลยทีเดียว สำหรับอัตราราคาน้ำจะสรุปช่วงท้ายอีกที

ราคาบอลสูงต่ำ

Over/Under หรือ ราคาบอลสูงต่ำ

เป็นการคำนวนอัตราต่อรองจากการเอาผลรวมของสกอร์ที่เกิดขึ้นทั้งสองทีมมาบวกรวมกัน แล้วดูว่า เยอะกว่า (Over) หรือน้อยกว่า (Under) ราคาต่อรองกลาง หากราคาต่อรองสูงต่ำเปิดมาที่ 2 ลูก ถ้าผู้เล่นคาดการณ์ว่าผลรวมประตูเกมส์นี้จะเกิน 2 ลูกแน่ เจ้าบ้านอาจยังได้ 3 ทีมเยือนอาจยิงได้ 1 รวมเป็น 4 ลูก ก็แทงราคาบอลสูงเอาไว้เลย หากสกอร์ที่เกิดขึ้นมากกว่า 2 ลูกจริง ไม่ว่าทีมไหนจะชนะหรือแพ้ ผู้เดินพันราคาบอลสูงจะชนะเดิมพันทันที หากผลต่ำกว่าสองลูก ผู้แทงราคาสูงจะแพ้เดิมพัน ส่วนผู้แทงราคาบอลต่ำจะชนะเดิมพันแทน สำหรับวิธีดูราคาบอล Over/Under มีตัวอย่างคร่าวๆดังนี้

ราคาเปิด : 2 ลูก
รวมสกอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 3 = ผู้เล่น Over กินเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม
รวมสกอร์เป็น 2 = ไม่ได้ไม่เสีย คืนทุน
รวมสกอร์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 = ผู้เล่น Over เสียเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม

ราคาเปิด : 2/2.5 ลูก
รวมสกอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 3 = ผู้เล่น Over กินเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม
รวมสกอร์เป็น 2 = ผู้เล่น Over เสียครึ่ง ผู้เล่น Under กินครึ่ง
รวมสกอร์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 = ผู้เล่น Over เสียเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม

ราคาเปิด : 2.5 ลูก
รวมสกอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 3 = ผู้เล่น Over กินเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม
รวมสกอร์เป็น 2 = ผู้เล่น Over เสียเต็ม ผู้เล่น Under กินเต็ม
รวมสกอร์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 = ผู้เล่น Over เสียเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม

ราคาเปิด : 2.5/3 ลูก
รวมสกอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 4 = ผู้เล่น Over กินเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม
รวมสกอร์เท่ากับ 3 = ผู้เล่น Over กินครึ่ง ผู้เล่น Under เสียครึ่ง
รวมสกอร์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 = ผู้เล่น Over เสียเต็ม ผู้เล่น Under เสียเต็ม

เมื่อลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอัตราต่อรอง Over/Under จะมีการคำนวนคล้ายกับ Asian Handicap ต่างเพียงราคาสูงต่ำเป็นการนำผลรวมสกอร์มาคำนวน ส่วนเอเชี่ยนแฮนดิแคป เป็นการหาผลต่างประตูได้เสียมาคำนวน ในเรทราคาสูงต่ำนั้น มักจะเริ่มกันที่ 2 ลูกเป็นส่วนใหญ่แทบไม่มีราคาเปิด 0 ให้เห็น เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในการแข่งขันจบแบบไร้สกอร์กันไป

ราคาน้ำไหลคืออะไร ?

เมื่อเราทราบถึงการคำนวนเบื้องต้นแล้วว่าจะชนะราคาบอลก็ต่อเมื่อผลบอลที่เกิดขึ้นจบแบบไหนอย่างไรในแต่ละรูปแบบ ถัดมา ตัวแปรสำคัญที่สุดว่าผู้เล่นจะได้รับเงินมากหรือน้อยในการเดิมพัน ขึ้นอยู่กับราคาน้ำล้วนๆ มันเป็นตัวเลขเอาไว้สำหรับคำนวนเงินที่แท้จริงว่าต้องเสียเท่าไหร่และได้เท่าไหร่กันแน่ ในการเดิมพันแบบ Asia Handicap และ Over/Under จะมี 3 รูปแบบราคาที่เปิดให้เล่นหลายเว็บพนัน คือ รราคามาเลย์(MY) ราคาฮ่องกง(HK) และยุโรป(EU) มาลองทำความรู้กันแบบคร่าวๆกัน

ราคามาเลย์ (MY)

หากเราดูในหน้า Sportbook จะเห็นว่า ราคาน้ำจะมีสองสี (ส่วนมากเป็นสีแดงและดำ) รวมถึงมีตัวเลขมากกว่า 0 และน้อยกว่า 0 (มีเครื่องหมาย – อยู่ด้านหน้า) มันคือราคาบอลมาเลย์ อักษรย่อ “MY” เป็นราคาบอลที่นิยมมากที่สุดในบ้านเรา ใช้อ้างอิงสำหรับ HDP แลพ Over/Under เป็นหลัก แล้วราคาบอลมาเลย์มันคืออะไรกันหนอ… ลองมาทำความเข้าใจก่อนนะ แน่นอนว่าหากเป็นราคามาเลย์จะไม่มีตัวเลขมากกว่า 1 เท่าของจำนวนเงินที่ว่างลงไป คือไม่เกิน 1.00

ราคาน้ำดำ (ตัวเลขไม่มีเครื่องหมาย – อยู่ด้านหน้า) : หมายถึงหากชนะเดิมพัน จะได้กำไรเท่ากับเรทราคาที่โชว์ไว้ แต่หากแทงเสีย จะเสียเต็มจำนวนที่ลงทุนไป ตัวอย่างราคาน้ำดำเช่น 0.96 หากเดิมพัน 100 บาทและชนะเดิมพัน จะได้กำไร 96 บาทไม่รวมทุน แต่หากแพ้เดิมพันจะเสีย 100 เต็มจำนวน

ราคาน้ำแดง (มีเครื่องหมาย – หน้าตัวเลข) : หมายถึงหากชนะเดิมพันจะได้กำไรเต็มจำนวนที่วางลงไป แต่หากแพ้จะเสียตามราคาน้ำที่แสดง ตัวอย่างราคาน้ำดำเช่น -0.87 หากเดิมพัน 100 และชนะเดิมพัน จะได้กำไร 100 บาทไม่รวมทุน แต่หากแพ้เดิมพัน จะเสียเพียง 87 บาทนั่นเอง

ราคาฮ่องกง (HK)

จะมีเสียงตัวเลขเพียงสีเดียวและไม่มีเครื่องหมายลบ โดยเรทนั้นมีมากกว่า 1 เท่าได้ต่างจากราคามาเลย์ นั่นความความว่าผู้เล่นมีโอกาสได้กำไรมากกว่า 1 เท่า วิธีคำนวนกำไร จะคิดตามราคาน้ำที่แสดงให้เห็นในตารางเลย เช่น ราคา HK 1.23 หากเดิมพัน 100 บาทและชนะเดิมพัน จะได้กำไร 123 บาทไม่รวมทุน เป็นต้น ส่วนอีกตัวอย่าง HK 0.69 ผู้เล่นจะได้กำไร 69 บาทจากเงินเดิมพัน 100 บาท เป็นต้น ส่วนกรณีแทงเสีย จะเสียเต็มจำนวนที่เดิมพันไป (เหมือนราคาน้ำดำ MY เลย)

ราคาบอลยุโรป (EU)

เห็นมีตัวเลขเยอะกว่า 2 รูปแบบข้างต้น มือใหม่หลายคนอาจเข้าใจว่าราคานี้แหละจ่ายเยอะสุด แท้จริงแล้วราคาบอลยุโรปนั้นจะเป็นการคำนวนแบบรวมทุนไปในตัวด้วย มีแต่ตัวเลขมากกว่า 0 (เหมือนราคาน้ำดำ MY) โดยวิธีดูราคาบอลชนิดนี้ให้เอาราคาน้ำที่โชว์ในตารางมาคำนวน ผลที่ได้คือกำไร+ทุน ยกตัวอย่าง ราคาน้ำ (EU) เปิดที่ 2.47 หากผู้เล่นเดิมพันไป 100 บาท กรณีชนะเดิมพัน จะได้กำไร+ทุนกลับมาเป็นเงิน 247 บาท หักทุนออก 100 เหลือกำไร 147 บาท ไม่แตกต่างจากราคา HK เท่าไหร่ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งในราคาพูลนั้นจะใช้ราคาน้ำดำแบบรวมทุนด้วยเช่นเดียวกัน คือรวมทุน+กำไรไปในตัวเลขเลยนั่นเอง

เชื่อว่านักแทงบอลมือใหม่หลายคนอ่านแล้วคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยจากบทความ “วิธีดูราคาบอล” หน้านี้ เพื่อให้โอกาสทำกำไรมากขึ้นกับเว็บไซต์เดิมพัน HERO88 ก่อนเริ่มต้นควรดูถึงพื้นฐานของทีมฟุตบอลอย่างเจาะลึกก่อนเริ่มต้นเดิมพัน แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าราคาบอลที่เปิดมามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน การลงทุนมีความเสี่ยงควรศึกษาให้เข้าใจอย่างเจาะลึกและหาสูตรแทงบอลให้ตัวเองเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะพนันในระยะยาว

Odds Betting