สิ่งที่ ฟุตบอลไทย ต้องเรียนรู้ต่อในยุคนิชิโนะ

สิ่งที่ ฟุตบอลไทย ต้องเรียนรู้ต่อในยุคนิชิโนะ

แม้การเข้ามาของ อากิระ นิชิโนะ ผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่นกับการคุมทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะทำให้แฟนๆเองรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่อย่างน้อยน่าจะเดินไปในทิศทางที่ดูสวยงามกว่าเก่า แต่อย่าลืมว่าเขาก็ไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ดีๆ จะเข้ามาเสกความสำเร็จให้กับทีมชาติไทยของเราได้เลย ด้วยเหตุนี้จึงอยากบอกเล่าถึงแฟนบอลกับสิ่งที่ยังคงมีเรื่องราวให้ต้องเรียนรู้ภายใต้การคุมทัพของกุนซือจากแดนซามูไรรายนี้ เพื่อโอกาสที่ ฟุตบอลไทย จะก้าวหน้าไปถึงระดับเอเชียก็มีมากขึ้น

ความท้าท้ายของ อากิระ นิชิโนะ

เรื่องแรกคือ อากิระ นิชิโนะ ไม่เคยคุมทีมในต่างแดนมาก่อน ด้วยเหตุนี้การที่เขาตัดสินใจมารับงานกับทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถือว่าเป็นความท้าทายมากพอสมควร และสิ่งที่แสดงให้เห็นคือความเป็นมืออาชีพของกุนซือรายนี้ที่เดินทางไปชมเกมการแข่งขันไทยลีกแทบทุกสัปดาห์หากเขามีโอกาส จึงทำให้นักเตะช้างเผือกทั้งหลายเวลานี้กลายเป็นสตาร์ ฟุตบอลไทย ภายในช่วงเวลาไม่นาน อาทิ เอกนิษฐ์ ปัญญา, สุภโชค สารชาติ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ชื่อเหล่านี้หากถามไปตอนแรกแฟนบอลคงสงสัยว่าเขาเป็นใครแต่นี่คือผลผลิตที่นิชิโนะตั้งใจควานหาเพื่อให้ได้ แต่ก็อย่างที่บอกมันต้องใช้เวลา

อีกสิ่งที่ยังสัมผัสได้จากยุคชายชาวญี่ปุ่นในการคุม ฟุตบอลไทย ก็คือเขายังต้องการคนที่จะเข้ามาเป็นเสมือนคู่หูหรือคนที่คอยปรึกษาในการแก้เกม อาจเป็นไปได้ว่าด้วยการร่วมงานกับสตาฟฟ์คนไทยมันมีความเกรงใจกันอยู่พอสมควร อีกทั้งภาษาที่สื่อสารก็อาจมีผลด้วย การดึงเอาผู้ช่วยจากญี่ปุ่นเข้ามาจะทำให้การทำงานของนิชิโนะง่ายกว่าเก่า มีคนที่คอยให้คำปรึกษาและสามารถแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที แบบนี้จะบอกว่าเป็นประเด็นหลักที่ยังไงก็ต้องรีบมองให้เห็นคงไม่ใช่เรื่องผิดเท่าไหร่นัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวกุนซือเองด้วยว่าเขาเห็นพ้องต้องกันขนาดไหน

จริงๆในฐานะของการเป็นแฟนบอลไทยเชื่อว่าทุกคนคงไม่เคยคิดทิ้งทีมชาติไปไหนแน่ๆ เพียงแค่ช่วงเวลาบางตอนอาจไม่ได้สวยหรูดังที่ใจฝัน การเข้ามาของนิชิโนะจึงเหมือนจุดประกายเล็กๆให้กับแฟนบอลบ้านเราถึงโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคต แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฟุตบอลไทย ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจระหว่างกัน แล้วทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง ไม่โหดร้ายหรือเป็นช่วงเวลาแห่งความตกต่ำอีกครั้งที่แฟนบอลแทบไม่อยากเข้าสนาม