ความเข้าใจและรู้จัก กติกาฟุตบอล เบี้องต้น

ประวัติเบื้องต้นของฟุตบอล

ประวัติเบื้องต้นของฟุตบอล

แต่ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับเรื่องกติกาฟุตบอลเรามาทำความรู้จักกับประวัติของกีฬาชนิดนี้แบบพอสังเขปกันก่อนดีกว่าถึงที่มาที่ไปและความน่าสนใจของกีฬาฟุตบอลกับจุดเริ่มต้นที่ยังคงเป็นปริศนาเรื่อยมาจนทุกวันนี้เมื่อพูดถึงต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอล … จริง ๆ แล้วไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่ามาจากไหนเนื่องจากหลายชาติในยุโรปเองต่างก็ยกว่าต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้มาจากประเทศตนเอง ทว่าการเล่นจิโอเค เดล กัลโช่ หรือ ซูเลอ ได้เกิดขึ้นมาในอิตาลีกับฝรั่งเศส โดยรูปแบบการเล่นเหมือนกับการเล่นฟุตบอลในยุคนี้อย่างมากทำให้ทั้งคู่ต่างยืนกรานว่าต้นตำรับของกีฬาฟุตบอลเกิดมาจากประเทศของตน แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยันได้ว่าสรุปแล้วฟุตบอลเกิดมาจากที่ไหนกันแน่ แต่ในเวลาต่อมากีฬาชนิดนี้ได้ถูกยกให้เป็นกีฬาที่มีหลักฐานแท้จริงมาจากประเทศอังกฤษเพราะมีได้สร้างกติกาการแข่งขันเอาไว้ชัดเจน มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลตั้งแต่ พ.ศ. 2406 ขณะที่ฟุตบอลลีกอาชีพของพวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 หรือกว่าร้อยปีมาแล้วนั่นเอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากีฬาฟุตบอลก็ค่อย ๆ ได้รับการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มแผ่ขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก จนปัจจุบันนี้แทบทุกประเทศจะมีลีกฟุตบอลอาชีพเป็นของตนเองกันหมด ถือเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแท้จริงและไม่เคยเปลี่ยนแปลงมายาวนานมาก ๆ

กติกาฟุตบอล

หากพูดถึงกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกคงหนีไม่พ้น กีฬาฟุตบอล เพราะนี่คือกีฬาสากลที่คนทั่วโลกต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ขนาดว่าฟุตบอลโลกซึ่งเป็นรายการกีฬาที่ยิ่งใหญ่ยังสังเกตได้ว่ามีผู้คนจากทั่วทั้งโลกให้การติดตามรวมไปถึงบรรดาลีกต่าง ๆ ของยุโรปที่แฟนบอลมักติดตามกันแบบไม่ขาดสาย หรือนักกีฬาผู้ร่ำรวยติดอันดับโลกหลาย ๆ คนก็มาจากการเล่นฟุตบอลทั้งนั้น และอีกสิ่งที่สังเกตได้คือการเล่นพนันเกี่ยวกับกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการเล่นพนันฟุตบอลนั่นเอง เราจึงอยากมานำเสนอเรื่องของกติกาฟุตบอลให้ทุก ๆ คนได้เข้าใจเพื่อเอาไว้ประกอบเป็นความรู้ในอนาคต

กติกาฟุตบอลพื้นฐานที่ต้องรู้

สำหรับกติกาฟุตบอลพื้นฐานจะมีด้วยกันหลายข้อซึ่งแต่ละข้อล้วนเป็นสิ่งที่คนดูฟุตบอลหรือคนที่ชอบฟุตบอลจำเป็นต้องทำความเข้าใจและรู้จัก รับรองว่าจะทำให้การดูฟุตบอลของคุณสนุกและได้อรรถรสเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตามขอยกตัวอย่างพื้นฐานกติกามาให้ได้เข้าใจเบื้องต้นกันก่อน

  1. สนามฟุตบอลเป็นสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้า เส้นบนสนามทั้งหมดต้องทาสีขาว มีขนาดระหว่างความยาว 110-120 หลา และความกว้าง 70-80 หลา วงกลมกลางสนามเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 หลา ระยะจุดโทษถึงเส้นกรอบประตู 12 หลา เส้นเขตโทษที่ผู้รักษาประตูใช้มือได้คือ 18 หลา ยื่นออกไปจากบริเวณประตู เสาธงเตะมุมสูง 5 ฟุต
  2. ลูกฟุตบอลห่อหุ้มด้วยหนังหรือวัสดุอื่นที่ไม่เป็นอันตรายกับผู้เล่น ขนาดรอบลูก 27-28 นิ้ว น้ำหนักมาตรฐาน 396-453 กรัม
  3. จำนวนนักเตะสามารถลงสนามได้ฝั่งละ 11 คน รวมทุกตำแหน่ง แต่ถ้าหากลงเล่นได้ไม่ครบอย่างน้อยที่สุดต้องมี 7 คน ถ้าหากมีไม่ถึงให้ยกเลิกเกมทันที ขณะที่กติกาการเปลี่ยนตัวหากเป็นรายการหลัก ๆ ที่มีมาตรฐานชัดเจนจะเปลี่ยนได้ไม่เกิน 3 คนเท่านั้น
  4. ผู้เล่นต้องใส่อุปกรณ์มาตรฐานให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ, กางเกง, ถุงเท้า, รองเท้าสตั๊ด, สนับแข้ง หากใส่ไม่ครบ ผู้ตัดสินมีสิทธิ์ไม่ให้ลงสนามได้
  5. คำตัดสินของผู้ตัดสินที่ 1 ถือเป็นสิ้นสุดหากนักฟุตบอลคนไหนโต้เถียงด้วยคำรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายมีสิทธิ์โดนไล่ออกจากสนามได้
  6. หน้าที่ของผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 และ 3 คือ เช็คระยะการล้ำหน้ารวมถึงช่วยตัดสินในกรณีต่าง ๆ ที่ผู้ตัดสินอาจมองไม่ทันหรือมองไม่เห็นเหตุการณ์
  7. เวลาในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ครึ่งละ 45 นาที โดยช่วงพักครึ่งมีเวลา 15 นาที ส่วนการทดเวลาบาดเจ็บของแต่ละช่วงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสิน
  8. ก่อนเริ่มเตะจะมีการโยนเหรียญหัวก้อย ฝ่ายที่เลือกถูกจะได้รับสิทธิ์ว่าจะเขี่ยเริ่มเล่นก่อนในครึ่งแรกหรือเลือกฝั่งเล่น และเมื่อยิงประตูได้จะเริ่มต้นใหม่ด้วยการเขี่ยบอลกลางสนาม
  9. บอลผ่านเส้นประตูเส้นข้างหรือเส้นหลังสนามลูกบอลต้องผ่านไปทั้งใบเท่านั้นจึงถือว่านับตามกติกา
  10. การทำประตูคือต้องไม่มีจังหวะการฟาล์วทุกประเภทเกิดขึ้นก่อน แล้วบอลผ่านเส้นกรอบประตูทั้งใบเท่านั้น
  11. บรรดาลูกนิ่งต่าง ๆ จะมีกติกาต่างกันออกไป เช่น ฟรีคิกคือการเตะนอกกรอบเขตโทษโดยผู้เล่นฝ่ายเสียเปรียบสามารถตั้งกำแพงได้, ยิงจุดโทษผู้เล่นทุกคนยกเว้นผู้ยิงกับผู้รักษาประตูฝ่ายเสียจุดโทษจะอยู่ในกรอบเท่านั้น กรณียิงแล้วโดนเสาหรือคานเด้งออกมา ผู้ยิงไม่มีสิทธิ์ยิงซ้ำยกเว้นโดนผู้รักษาประตูปัดออกมาเท่านั้น, ลูกเตะมุมคือกรณีฝ่ายตนเองทำลูกออกหลังและฝ่ายตรงข้ามจะเป็นผู้เตะโดยตั้งลูกในวงกลางสามเหลี่ยมบริเวณมุมธง
กติกาที่น่าสนใจต่อมาเป็นเรื่องของการโดนใบเหลืองและใบแดง

กติกาฟุตบอลเรื่องใบเหลือง – ใบแดง

กติกาที่น่าสนใจต่อมาเป็นเรื่องของการโดนใบเหลืองและใบแดงของนักเตะ ซึ่งตรงนี้หลัก ๆ แล้วจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินเป็นหลักว่ามองจังหวะดังกล่าวเป็นลักษณะใด สำหรับใบเหลือง หากผู้เล่นมีการทำฟาล์วติดกันหลายครั้ง หรือทำฟาล์วในจังหวะที่รุนแรงพอประมาณ ผู้ตัดสินมีสิทธิ์แจกใบเหลืองให้ได้โดยถือเป็นทัณฑ์บนก่อนแต่ยังสามารถลงเล่นในสนามได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามหากยังทำฟาล์วรุนแรงซ้ำอีก ผู้ตัดสินมีสิทธิ์แจกอีกใบเหลืองรวมเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม หรือแม้แต่นักเตะบางคนติดใบเหลืองอยู่ก่อนแล้ว ทว่าจังหวะดังกล่าวดันทำฟาล์วหนักมาก ผู้ตัดสินมีสิทธิ์ให้ใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามทันทีโดยยังคงถือว่าติดโทษใบเหลืองแรกอยู่ด้วย

ส่วนกรณีใบแดง อย่างที่รู้กันคือเป็นจังหวะรุนแรงในเกมฟุตบอล เช่น เสียบเข้าคู่แข่งแบบหนัก ๆ หรือสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คู่แข่งบาดเจ็บหนัก, การเข้าสกัดในการเป็นแนวรับตัวสุดท้ายก่อนถึงผู้รักษาประตูไม่ว่าจะหนักหรือเบา, ผู้เล่นตั้งใจทำแฮนด์บอลในจังหวะกำลังเสียประตูหรือจังหวะสำคัญ, ผู้รักษาประตูออกมาตั้งใจใช้มือนอกกรอบเขตโทษ และอื่น ๆ ตามความดุลยพินิจของผู้ตัดสิน ขณะที่การลงโทษห้ามลงสนาม ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละการแข่งขันด้วยว่าจะให้แบนอย่างไรเพราะกฎนี้สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของรายการแข่งขัน

เข้าใจเรื่องกติกาฟุตบอลโดนเป่าล้ำหน้าให้มากขึ้น

ก่อนที่จะเริ่มแทงบอล นอกจากจะต้องศึกษาวิธีดูราคาบอลให้เป็นการศึกษากติกาฟุตบอลก็สำคัญไม่แพ้กัน เรามาทำความรู้จัก กติกาล้ำหน้ากันเสียหน่อย กติกาล้ำหน้าถือเป็นกติกาที่ยังมีคนสงสัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะบรรดาคนที่พึ่งดูบอล โดยมักสงสัยคือบางครั้งกรรมการก็ให้ล้ำหน้า บางครั้งก็ไม่เห็นให้ล้ำหน้าเลย เราจะอธิบายกฎนี้ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับกติกาพื้นฐานของการล้ำหน้า คือกรณีที่ผู้เล่นฝ่ายรุกเลยจากเส้นกลางสนามไปอยู่ในฝั่งตรงข้ามแล้วยืนอยู่เหนือกว่ากองหลังทุก ๆ คนในจังหวะที่บอลกำลังจะออกจากเท้าของนักเตะฝ่ายตัวเองเพื่อส่งบอลไปข้างหน้า ซึ่งการล้ำหน้าแม้แต่แขนหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอยู่เหนือนักเตะตัวสุดท้ายของฝ่ายตรงข้ามนับว่าล้ำหน้าทันที แต่กรณีที่คนยืนล้ำหน้าไม่ได้มีส่วนเล่นบอล หรือคนที่เปิดบอลไปข้างหน้าไม่ได้ตั้งใจส่งให้นักเตะคนนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้เล่นจังหวะแบบนี้ไม่ถือว่าล้ำหน้า แต่ถ้าหากการส่งบอลดังกล่าวนักเตะคนที่ยืนอยู่เหนือผู้เล่นคนสุดท้ายของฝ่ายตรงข้ามยังไม่เลยเส้นครึ่งสนามแบบนี้ถือว่าไม่ล้ำหน้า

อีกกรณีที่น่าสนใจคือบางคนอาจเห็นว่าทำไมนักเตะในเวลาเลี้ยงบอลหลุดกันไป 2 คน แล้วคนที่เลี้ยงนำไปก่อนสามารถส่งมาให้อีกคนที่ยืนอยู่เหนือกองหลังเหมือนกันยิงได้ อันนี้ตามกฎของฟุตบอลคือเมื่อใดก็ตามที่ลูกบอลอยู่ด้านหน้าของตนเองไม่ถือว่าเป็นการล้ำหน้า สามารถเล่นบอลได้ตามปกติเลยแม้ลูกบอลจะอยู่กับผู้เล่นของฝ่ายตนเองก็ตาม (มักเกิดกรณีกองหลังเช็คล้ำหน้าพลาด คนที่ได้บอลหลุดไปก็เลี้ยงนำไปและมีนักเตะในทีมอีกคนวิ่งตามมาด้านหลัง) และกรณีกฎล้ำหน้าสุดท้ายคือวิ่งมาจากตำแหน่งล้ำหน้าที่เรามักได้ยินคนพากย์พูดกันบ่อย ๆ ตรงนี้คือแม้ตอนที่นักเตะคนนั้นสัมผัสบอลเขาจะอยู่ในไลน์เดียวกับกองหลัง แต่จังหวะที่เพื่อนเปิดบอลมาให้ตัวเขายังยืนอยู่สูงกว่ากองหลังแล้ววิ่งกลับมาเล่นบอลนั่นเอง อย่างไรก็ตามด้วยความคลาดเคลื่อนที่มักทำให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องกฎล้ำหน้าบ่อย ๆ จึงได้มีการนำเอา VAR มาใช้เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินได้ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม

กติกาพื้นฐานของ การล้ำหน้า

หาย งง กับกติกาฟุตบอลส่งคืนประตูแล้วจะโดนอะไร

ถ้าเป็นกรณีปกติที่เวลาผู้เล่นส่งคืนผู้รักษาประตูแล้วผู้รักษาประตูใช้เท้าเล่น อันนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน แต่เรามักเห็นว่าบ่อยครั้งที่ผู้เล่นส่งคืนผู้รักษาประตูแล้วนายทวารใช้มือเล่นบางจังหวะก็โดนจับฟาล์ว บางจังหวะก็ไม่เห็นมีอะไร สรุปแล้วผิดหรือไม่ผิดกันแน่ เราจะมาอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจกันจริง ๆ แล้วกติกาที่ถูกต้องของการส่งคืนผู้รักษาประตูคือเมื่อนักเตะใช้เท้าเตะบอลส่งคืนผู้รักษาประตู ตัวผู้รักษาประตูเองไม่มีสิทธิ์ในการใช้มือเล่นไม่ว่าจะบริเวณไหนในกรอบเขตโทษก็ตาม หากพลาดใช้มือเล่นจะต้องเสียลูกฟรีคิก 2 จังหวะ ถ้าหากการเล่นไม่ได้อยู่ในกรอบ 6 หลา ซึ่งเป็นกรอบป้องกันของผู้รักษาประตูให้ตั้งลูกตรงจุดที่ฟาล์วได้เลย

แต่ถ้าหากฟาล์วในเขต 6 หลา จะต้องตั้งลูกบริเวณเส้น 6 หลา และเป็นจุดโทษ 2 จังหวะเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการส่งคืนผู้รักษาประตูดังกล่าวไม่ใช่การตั้งใจเตะส่งคืน เช่น เตะบอลสกัดแล้วไปเข้ามือพอดี แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการฟาล์ว และอีกการส่งคืนผู้รักษาประตูที่ไม่ฟาล์วคือกรณีบอลลอยโด่งมาแล้วใช้ศีรษะโหม่งคืน ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินด้วย หากการส่งคืนแม้ใช้เท้าแต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นการสกัดบอล หรือไม่ตั้งใจส่งคืนก็ไม่ฟาล์ว แต่ถ้าเป็นการโหม่งหากบางครั้งผู้ตัดสินมองว่าตั้งใจคืนให้ผู้รักษาประตูก็มีสิทธิ์ฟาล์วได้เช่นกัน

โค้ชมีสิทธิ์โดนใบเหลือง – ใบแดงแล้ว

รู้หรือไม่ แม้แต่โค้ชก็มีสิทธิ์โดนใบเหลือง – ใบแดงแล้ว

เรื่องใบเหลือง – ใบแดง ในอดีตนั้นจะมีแต่ผู้เล่นเพียงอย่างเดียวที่มีสิทธิ์โดนเนื่องจากเป็นคนที่อยู่ในสนาม ส่วนบรรดาโค้ชหรือทีมงานต่าง ๆ หากมีปัญหาประเภทไม่ยอมรับคำตัดสินก็จะต้องถูกเชิญให้ออกจากซุ้มม้านั่งสำรองแล้วเชิญเข้าไปยังห้องแต่งตัวแทน และถ้าหากพิจารณาแล้วมีความผิดรุนแรงก็อาจต้องงดคุมทีมข้างสนามตามระยะเวลาอันเหมาะสม อย่างไรก็ตามบางครั้งเรามักเห็นว่าการกระทำของโค้ชบางคนมันไม่ได้ถึงกับต้องถูกออกไปนั่งในห้องแต่งตัวหรือถูกเชิญขึ้นไปบนอัฒจันทร์เพราะไม่ได้รุนแรงอะไรมากมายนัก นั่นจึงเป็นเหตุให้กติกาใหม่ล่าสุดของวงการฟุตบอลออกมาก็คือใบเหลืองและใบแดงที่สามารถให้กับโค้ชพร้อมทีมงานได้

ลักษณะการแจกก็คล้ายกับการให้ใบเหลือง – ใบแดงผู้เล่นทั่วไป เช่น หากโค้ชเริ่มมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาทิ เถียงกรรมการ ไม่ยอมรับคำตัดสิน อาจให้ใบเหลืองเพื่อเป็นการปรามไว้ก่อน แต่ถ้าหากทำผิดรุนแรงหรือทำภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เช่น เตะขวดน้ำ ทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน มีเรื่องกับทีมงานคู่แข่ง แบบนี้กรรมการสามารถตัดสินใจแจกใบแดงให้กับโค้ชคนดังกล่าวกลับไปสงบสติอารมณ์ในห้องแต่งตัวได้ทันทีถือว่าเป็นกติกาใหม่ที่ทำให้วงการฟุตบอลเองมีความสวยงามมากยิ่งขั้นแม้บางคนบอกว่าลีลา คาแร็กเตอร์ต่าง ๆ ที่โค้ชแสดงออกมามันคือสีสันของฟุตบอลแต่ถ้าหากเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยครั้งย่อมไม่ใช่เรื่องดีและจริง ๆ ไม่ได้ต้องทำขนาดนั้นด้วยซ้ำ

กฎประตูทีมเยือน

กฎประตูทีมเยือนกติกาฟุตบอลที่เข้าใจง่ายมาก

อีกเรื่องกติกาที่น่าสนใจมาก ๆ ของฟุตบอลคือ กฎประตูทีมเยือน กฎนี้จะถูกใช้กับรายการฟุตบอลถ้วยที่มีการแข่งขัน 2 เกม ซึ่งเป็นเกมที่ทั้งสองทีมจะต้องเล่นในบ้าน 1 นัด และออกไปเยือนอีก 1 นัด ความน่าสนใจคือบ่อยครั้งที่เราเห็นว่าผลรวมของการแข่งขันออกมาเสมอกันแต่ทำไมทีมนั้นถึงได้เข้ารอบ ทำไมบางครั้งต้องเตะลูกจุดโทษเพื่อหาทีมเข้ารอบ ตรงนี้มีคำตอบให้กับทุก ๆ คนแล้ว กฎประตูทีมเยือนจะใช้เฉพาะในกรณีที่ผลต่างประตูได้เสียของทั้งคู่นั้นมีผลรวมเท่ากัน แล้ววัดว่าทีมไหนสามารถยิงประตูนอกบ้านได้เยอะกว่าก็เป็นฝ่ายชนะไป

ยกตัวอย่างเช่น ทีม A เป็นเจ้าบ้านเกมแรกเอาชนะทีม B 1-0 แต่พอนัดที่ 2 เล่นนอกบ้านทีม A แพ้ทีม B ไป 1-2 ทำให้รวมผล 2 นัดเสมอกัน 2-2 ในกรณีนี้ทีม A จะเข้ารอบเนื่องจากสามารถยิงประตูนอกบ้านได้มากกว่าทีม B แต่ถ้าสมมุติว่านัดที่ 2 ทีม B เอาชนะ 1-0 สกอร์รวมจะเป็น 1-1 และไม่มีทีมใดยิงประตูนอกบ้านได้มากกว่าก็ต้องมาตัดสินด้วยการต่อเวลาและยิงจุดโทษ นี่คือเรื่องของกฎประตูทีมเยือนที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเข้าใจรายละเอียดกันมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาเราดูฟุตบอลแข่งขันที่ไม่ใช่บอลลีกและมีเตะพบกัน 2 นัดแบบเหย้า – เยือน จึงต้องมีกฎนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับทีมที่ทำประตูได้มากกว่า ทีมฟุตบอลจะได้เปิดเกมรุกเพื่อเกิดความสนุกนั่นเอง

แบบไหนกันแน่ถึงจะเรียกว่าแฮนด์บอลในกติกาฟุตบอล

การเล่นฟุตบอลแค่ชื่อก็บอกเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าต้องใช้เท้าเล่นเป็นหลักส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถเล่นได้ก็คือศีรษะ หน้าอก, ท้อง ขณะที่ส่วนหัวไหล่กับส่วนข้อศอกส่วนมากหากไม่ชัดเจนจริง ๆ มักจะถูกมองว่าแฮนด์บอลทั้งหมด ซึ่งเอาจริง ๆ กรณีแฮนด์บอลสามารถเกิดขึ้นได้หลายจังหวะ บ่อยครั้งเวลาเราดูบอลแม้บอลจะโดนมือจริง ๆ แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้เป่าให้เป็นลูกแฮนด์บอล ดังนั้นมารู้จักกับกติกาแฮนด์บอลว่าเป็นอย่างไรกันแน่

แน่นอนว่าการแฮนด์บอลก็คือการเอามือตั้งแต่บริเวณส่วนต่ำกว่าไหล่จนถึงนิ้วมือไปสัมผัสกับบอล ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตามของนักเตะที่ไม่ใช่ตำแหน่งผู้รักษาประตู (ยกเว้นการทุ่มบอลเข้าสนาม) ถือว่าเป็นการแฮนด์บอลทั้งสิ้น โดยกติกานี้หากผู้เล่นไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ผู้ตัดสินก็อาจแค่ให้ฟาล์วกับฝ่ายที่เสียเปรียบ แต่ถ้าหากผู้เล่นตั้งใจ เช่น ปัดบอลเพื่อยิงประตู หรือ เอามือบังบอลเพื่อไม่ให้บอลเข้าประตู แบบนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินสามารถให้ได้ทั้งใบเหลืองและใบแดงตามแต่จะเห็นสมควร

อย่างไรก็ตามจะมีกรณีที่เรียกว่า บอล ทู แฮนด์ ซึ่งจังหวะแบบนี้ผู้ตัดสินส่วนใหญ่จะไม่ถือเป็นการทำฟาล์วเพราะนักเตะคนดังกล่าวไม่ได้ตั้งใจทำแฮนด์บอล โดยลักษณะของบอล ทู แฮนด์ คือ ฝ่ายตรงข้ามเตะบอลตั้งใจมาโดนแขนโดยที่แขนยังแนบชิดลำตัวอยู่หรือกรณีกระโดดหรือพลิกตัวแล้วต้องใช้แขนในการทรงตัว ไม่ได้มีเจตนาทำแฮนด์บอล แบบนี้ไม่ถือว่าผิดกติกา

เข้าใจเรื่องกติกาฟุตบอลเกี่ยวกับการทุ่มบอล

แม้การทุ่มบอลที่เราเห็นว่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ใครก็ทำได้ ทว่าในกติกาของฟุตบอลเขาก็มีระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ชัดเจนเหมือนกัน บ่อยครั้งที่เรามักเห็นว่าคนทุ่มบอลทุ่มผิดทำให้ต้องเปลี่ยนฝั่งทุ่มทันที โดยกติกาเรื่องการทุ่มบอลคือ หากฝ่ายใดทำบอลออกนอกบริเวณริมเส้นซ้ายขวาของสนาม อีกฝ่ายจะได้ทุ่มบอลเข้ามา

โดยการทำบอลออกนั้นลูกต้องออกแบบเต็มใบ โดยการทุ่มที่ถูกต้องก็คือ มือทั้งสองข้างต้องจับลูกบอลให้มั่นคง ขาทั้งสองข้างต้องยืนอยู่บนพื้น เวลาทุ่มลูกต้องถูกตวัดจากด้านหลังผ่านศีรษะมาจึงจะถือเป็นการทุ่มบอลที่ถูกต้อง หากทำผิดกติกาแม้แต่ข้อใดข้อหนึ่งกรรมการมีสิทธิ์ให้เปลี่ยนฝั่งทุ่มได้ทันที อีกเรื่องคือจุดทุ่มบอลจริง ๆ แล้วต้องทุ่มในจุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออกทั้งใบ แต่เรามักเห็นนักเตะหลายคนค่อย ๆ ขยับกินแดนขึ้นมาก่อนทุ่ม หากผู้ตัดสินบางคนไม่ซีเรียสมากนักก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าบางคนเน้น ๆ หน่อยหรือเดินขึ้นมาเยอะเกินก็ต้องถอยกลับไปให้ตรงจุด

แม้เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่การทุ่มบอลหากผิดกติกา ยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ตัดสินจะต้องเป่าให้อีกฝ่ายได้เปรียบทันที เป็นเรื่องของกติกาที่เขียนขึ้นมายาวนานและยังคงต้องใช้ปฏิบัติกันอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ นี่คือเรื่องของกติกาฟุตบอลที่เชื่อว่าต่อให้ไม่เคยดูหรือไม่เคยเล่นมาก่อนก็สามารถทำความเข้าใจได้แบบละเอียดยิบแน่ ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกติกาต่าง ๆ ในโลกของฟุตบอลหากเข้ามาอ่านจะทำให้ได้ความรู้กลับไปอีกเพียบแน่ ๆ